ออกตัวนิดนึงค่ะ  ว่าเพลงเค้าดังมาตั้งนานโพ้น   ไปอยู่ไหนมาถึงเพิ่งได้ฟัง  เรื่องของเรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ

            เมื่อวันก่อน ไปทานข้าวกับเพื่อน ๆ และหนึ่งในนั้น มีน้องชายที่รักมากคนหนึ่งขอเพลง “เต็มใจให้” ของคุณศุ บุญเลี้ยง  ทำให้นึกขึ้นได้ว่า  น่าจะเขียนถึงเพลง ๆ นี้ กับความรักอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ครอบครอง ไม่เป็นเจ้าข้าวเจ้าของ  ซึ่งฉันเองก็ยังไม่เคยเห็นชัด ๆ สักที ว่าความรักเช่นที่ว่านี้ มันมีอยู่จริงๆ  ในโลก  ขนาดว่าฉันอ่านปรัชญาชีวิต  ของคุณคาลิล ยิบราน ออกบ่อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะเฉียดไปรักใครสักคน   หรือแม้กระทั่ง เจ้าชายน้อย(The Little Prince) ที่ฉันหลงรัก   ก็ยังยึดเอาดอกกุหลาบที่เกิดขึ้นเองเป็นของเขาเลย   นับประสาอะไร ...

           อาจจะเป็นเพราะทำนองที่อ่อนโยน  ประกอบกับเนื้อเพลงซึ่งใช้คำพูดตรงไปตรงมา ไม่ได้มีสำนวนชวนคลื่นเหียนแต่อย่างใด  คุณศุ บุญเลี้ยงก็ร้องได้ตามบุคลิกของตัวเอง ทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์ และไม่หลุดไปจากความทรงจำอย่างง่ายดายเหมือนเพลงสมัยใหม่หลาย ๆ เพลง

           รักข้างเดียวมีอยู่จริงๆ หรือ??

           รักที่แปลว่ารักจริงๆ นะ ไม่ใช่เมตตา หรือสงสาร มันเป็นคนละ version กัน  ...รักแบบไม่ต้องกอด หรือหอมแก้ม  รักแบบไม่ต้องกินข้าวด้วยกันทุกวัน  ไม่ต้องตกระกำลำบากนั่งรถเมล์ไปส่งที่บ้าน หรือขับรถอ้อมโลกให้เปลืองน้ำมันเพียงเพื่อมากินข้าวกลางวันด้วยกัน

           ถูกแล้ว... ฉันกำลังเล่าถึงความรักที่ประมาณว่า  รักเธอแต่เธอไม่รู้ หรือรักแท้ แค่ขอให้รู้ว่าเธอมีความสุข ฉันก็พอใจ แต่ถ้าเมื่อใดมีทุกข์  ก็ขอให้บอกมา ฉันจะเป็นคนแรกที่เธอจะเห็นหน้า ... ทำนองนั้นฉันเองก็ออกจะเชื่อว่ามันคงจะมีอยู่จริงๆ แหละ เพราะโลกนี้มันไม่ควรจะโหดร้าย จนไม่เหลือใครไว้รักโดยไม่หวังผลตอบแทน

           แล้วคนที่ไปรักเขาข้างเดียว มีความสุข จริง ๆ หรือเปล่า หรือแค่รอเวลาเพราะยังไม่ได้เจอใครที่ตัวเองถูกใจ หรือว่าเมื่อเรารักใครแล้ว เราต้องรักเขาคนเดียว ห้ามรักใครเพิ่มอีก ไม่ว่าจะน่าสนใจแค่ไหนก็ตาม

           ฉันเคยคิดว่า ความรักแบบ เต็มใจให้เนี่ย   มันอาจจะเป็นความรักของคนที่ตัวเองก็มีเงื่อนไขมัดตัวอยู่  ทำให้ทำอะไรได้ไม่เต็มที่  หรือไม่ก็มีคนรักของตัวเองอยู่แล้ว  แต่ไปหลงรักคนอื่นเพิ่มอีก แล้วก็เพิ่มปริมาณความเข้มข้นของรักครั้งใหม่มากขึ้น โดยที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ได้รักคนแรกน้อยลง

          กลับก็ไม่ทัน แต่ก็ไม่มีวันไปถึงเช่นกัน   มันก็คงต้องหาทางออกแบบนี้แหละ ...

           ฉันเคยชอบงานเขียนชิ้นหนึ่ง เรื่องรักเธอ กอดคนอื่น ของคุณปราย พันแสง จำได้ว่าชอบมากมาย ถึงกับอ่านหลายร้อยครั้งและตัดเก็บไว้อีกต่างหาก ตอนลงพิมพ์ในมติชน  

           เพราะฉันเชื่อว่า มันไม่ผิดถ้าเราจะรู้สึกอบอุ่นอยู่ในอ้อมกอดของคนที่เรารักและเขาก็(น่าจะ)รักเรา  แล้วเราบังเอิญไปถูกใจกับใครบางคนที่ทำให้เรารู้สึกวิบวับ เพียงแค่การส่งสายตาพิเศษให้ แก่กัน ... ฉันไม่ได้วิ่งไปกอดเขานี่นา  

           จะว่าไปแล้วเรื่อง affair แบบนี้ มันก็อบอุ่นดี มันเหมือนแดดที่ไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์  และได้พบกับคนที่เราจะไม่ได้เจอทุก ๆ วัน (จำคำพูดของคุณนันทขว้าง สิรสุนทร มาบอกต่อ) มันเป็นความพิเศษ ที่เล่าไม่ออก บอกไม่ได้ แต่เมื่อเจอด้วยตัวเอง คุณก็จะรู้

           เกริ่นมายาว แค่ฟังเพลงเพลงหนึ่ง กับน้องชายที่น่ารักคนหนึ่ง  ซึ่งวันนี้ ฉันเขียนอีเมล์ถึงเขา ฉันว่า  มันน่าจะเป็นคำแนะนำที่ดีนะ  ---  เพราะคนน่ารักอย่างเขาน่าจะรู้อยู่เต็มอก และ จริงๆ  แล้ว เขาอาจแค่ต้องการการยืนยัน  ลองอ่านกันนะคะ

.........................