ช่วงประกาศผลรางวัลออสการ์ของทุกปี จะมีภาพยนตร์รางวัลของปีที่ผ่าน ๆ มาให้เราได้ติดตามเสมอ 

ก็แสนจะคุ้มค่ากับเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงที่นั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์

The Curious Case of Benjamin Button is a 2008 American fantasy-drama film

directed by David Fincher.
The screenplay by Eric Roth and Robin Swicord is loosely based on the 1922 short story of the same name by F. Scott Fitzgerald.
The film stars Brad Pitt as a man who ages in reverse and Cate Blanchett as the love interest throughout his life.
The film was released in the United States on December 25, 2008
 The film received thirteen Academy Award nominations, including Best Picture, Best Director, Best Actor for Pitt, and Best Supporting Actress for Taraji P. Henson. It won Oscars for Art Direction, Makeup, and Visual Effects.

From Wikipedia, the free encyclopedia My name is Benjamin Button, and I was born under unusual circumstances. While, everyone else was agin', I was gettin' younger... all alone.

หนังเรื่องนี้บอกอะไรกับเรามากมาย ผ่านบทภาพยนตร์คม ๆ ทั้งในแบบภาษาอังกฤษต้นความเดิม และถอดความแล้วโดยนักแปลที่มีความเชี่ยวชาญ

อย่างน้อย หนังก็บอกเราว่า เวลาแห่งความสุขนั้นแสนสั้น 

และเมื่อมีความทุกข์เข้ามาผสมปนเป ความสุขก็ยิ่งหดเข้า สิ่งเดียวที่คุ้มค่า
ก็คือการใช้เวลาอย่างมีความสุข กับคนที่เรารัก   ทำงานที่เราอยากทำ
พึงพอใจกับสิ่งที่เรามี ทำดีกับคนที่รักเรา  เพื่อที่จะไม่ต้องเสียดายว่า
ทำไมหนอ เราถึงได้พลาดช่วงเวลาเหล่านั้นไปบนโต๊ะอาหารค่ำในคืนหนึ่ง
ขณะทุกคนตั้งวง โดยมีไก่งวงเป็นอาหารหลักเด็กผู้หญิงคนเดียวของบ้าน..
เอ่ยแหวกความเงียบขึ้นมาว่า...
รู้มั้ยว่าไก่งวงไม่ใช่นก ถึงจะมีปีกแต่ก็ไม่ใช่นกหรอกนะ มันเป็นไก่
เพราะมันมีปีกแต่บินไม่ได้...เบนจามินของเราถึงอึ้ง...
ยังไม่ทันได้ถาม เธอก็พูดต่อ...เศร้าเนอะ ว่ามั้ย ... มีปีก แต่บินไม่ได้...

...

เดซี่สาวสวย เป็นนางเอกในหัวใจของฉันสวย สง่างาม และอ่อนโยนหนักหนา

ฉันชอบความน่ารักน่าเอ็นดูที่เธอแสดงตลอดทั้งเรื่อง 
จะมีนางเอกกี่คนกัน ที่เล่นได้สวยงาม ในบทของคน ๆ เดียวตั้งแต่วัยรุ่น
สาวสะพรั่ง สาวใหญ่ผู้งามสง่า จนแก่เฒ่า 
ฉันชอบสายตาอ่อนโยนของเธอ ตอนที่มองตามพระเอกของเรานจากไปในเช้าวันหนึ่ง
แม้รู้อยู่เต็มหัวใจ ว่าเขาคงไม่กลับมาอีก

แต่คงเพราะความเข้าใจ ที่อาจจะมากกว่ารัก และเป็นสิ่งที่ผู้ชายทั้งโลกนี้โหยหาจากหญิงคนรัก

แบบว่า คุณไม่ต้องรักผมให้มากหรอก แค่เข้าใจผมก็พอ) 
สายตาที่ทอดมองตั้งแต่ เขาสวมเสื้อแจ๊คเก็ต จนประตูปิดลับไปจากสายตา
บอกได้อย่างชัดเจนกว่าการเอื้อนเอ่ยเป็นไหน ๆ ว่าเธอปวดใจเพียงใด
ไม่ว่าจะเล่นหนังเรื่องอะไร บทบาทไหน เธอก็ยังอ่อนโยน
และงดงามตามบทบาทที่ได้รับมอบหมายเสมอ... 
แต่นั่นยังไม่สะเทือนใจมากพอเท่ากับการที่หลังจาก 13 ปีผ่านไป
พระเอกของเรา ซึ่งกลายเป็นหนุ่มน้อยได้ย้อนกลับมาอย่างไม่คาดฝันในค่ำคืนหนึ่ง
ที่นางเอกซึ่งขณะนั้น งดงามตามวัยกลางคน และพร้อมพรั่งท่ามกลางลูกศิษย์ลูกหา
และครอบครัวอบอุ่นอันประกอบด้วยพ่อแม่ลูกสาว(ของเขาเอง) 
หลังจากอึ้งอยู่พักเล็ก ๆ นางเอกก็ถามเบนจามินว่า กลับมาทำไม ...

 

 

จากนั้น เราก็ได้รู้ว่า ความรักที่แท้นั้น อยู่เหนือกาลเวลา

ความรักที่ก่อกำเนิดจากภายในนั้นย่อมไม่ถูกลวงตาไปตามรูปลักษณ์ภายนอก
ย้อนไปถึงครั้งแรกของเบนจามินกับเดซี่ประโยคเด็ดของทั้งสอง
ในคืนแรกของกันและกันเมื่อประตูห้องปิดลง

Daisy: Sleep with me. Benjamin : Absolutely

 

เฮ้ออออ