ยังไม่ถึงเดือนเมษา .. ซากุระก็ร่วงแล้ว

            ฉันทำได้แม่นยำถึงกลางดึกคืนหนึ่งของต้นฤดูใบไม้ผลิ    กลางมหานครโตเกียว เมื่อเกือบ 2 ปีก่อน  คืนที่ฉันต้องตื่นขึ้นเพราะเตียงสั่น   อารมณ์แรก ตกใจ นึกว่าผีหลอกแน่นอน อีกสักพัก ฉันอาจเหาะขึ้นไปติดเพดาน และอีกสารพัดจะจินตนาการ  แบบว่าดูหนังผีมาก   ก็มันสั่นขนาดที่ว่า ขวดน้ำที่ยังมีน้ำเต็ม    ตั้งไว้บนโต๊ะยังล้ม แสดงว่ามันไม่ได้สั่นแค่เตียง ฉันก็ลุกมานั่งงง ๆ  พักหนึ่ง ตอนนั้นหายกลัวผีแล้ว  คิดได้ว่า อาจจะเกิดแผ่นดินไหว ว่าแล้วก็ไปเปิดประตูดู เห็นทุกห้องเงียบสงบ ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีการเคลื่อนไหว ฉันเลยคิดว่า คงไหวแบบปกติ  ก็เลยนอนต่อ  อีกประเดี๋ยวก็สั่นอีก ประมาณเดิม ทุกอย่างยังคงเงียบ ฉันก็เลยหลับไป  ตอนเช้าถึงได้รู้ว่า เออ มันแผ่นดินไหว จริง ๆ แต่มันไหวแบบ ชิล ๆ  ทุนคนก็ชินกันแล้ว  ฉันก็วางใจ ... 

            อีกครั้งถัดมา จำได้ว่าฝนตกหนัก  กำลังจะออกจากสนามบินนาริตะ  แต่เจ้ากรรม  Narita Express รถด่วนขบวนที่นั่งประจำเข้าโตเกียว หยุดให้บริการ เพราะว่าฝนตก  กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ  ทำไงดี เหลียวซ้ายแลขวา  ก็มีรถไฟแบบท้องถิ่นอีกบริษัทหนึ่งให้บริการ ค่าตั๋วไม่แพงเท่า  แต่คาดว่าคงวิ่งได้ช้ากว่า ไม่ด่วนจัด ยังเปิดให้บริการได้   ตั้งแต่นั้นมา ฉันยิ่งมั่นใจในความปลอดภัย ไร้กังวล และความสะดวก สะอาด สนุก ของญี่ปุ่น  ไปทีไรมีความสุขทุกครั้ง นึกถึงทีไร ก็ยิ้มได้ทุกที

            แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 

            มันยากมาก ที่จะบอกถึงความรู้สึกขณะที่นั่งเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์เพื่อติดตามข่าวจากสถานีข่าวช่องต่างๆ  ถึงโศกนาฏกรรมจากธรรมชาติแผ่นดินไหวและสึนามิ  การต้องมานั่งดูภาพความเสียหายจากภัยพิบัติ  แม้ไม่อาจคาดเดาถึงความสูญเสีย   แม้ไม่อาจคาดเดาถึงความหวาดกลัวของผู้ที่ที่อยู่ในเหตุการณ์ผู้ซึ่งบางคนเป็น พี่น้อง ปู่ย่าตายาย เด็กนักเรียน คนหนุ่มสาว บางคนเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก คนที่กำลังจะเรียนจบ คนที่กำลังทำงาน คนที่กำลังจะแต่งงาน และแม้แต่คนป่วยที่กำลังจะหาย หรือกำลังจะตาย รวมทั้งคนที่กำลังรอฟังข่าวบุคคลอันเป็นที่รัก  ทุกชีวิตขณะนั้น มีค่าเท่ากัน มีความเสี่ยงเท่ากัน เป็นกับตายได้พร้อม ๆ กัน   

             

             เมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากกลับมาจากเซนไดและนิกโก ตอนที่ตั้งใจไปดูใบไม้เปลี่ยนสี  ที่แสนจะงดงาม สงบ จนคำว่า สุโค่ย ยังเกินจะบรรยายได้  แล้วก็ได้เขียนไว้ในเรื่อง ใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่น  หลังจากนั้น ไม่นาน ฉันก็โตเกียว เซนไดอีกครั้ง ช่วงคริสต์มาส ที่น่ารักจับใจ  แล้วก็ไปฮอกไกโดตอนฤดูหนาว เพื่อไปดูเทศกาลหิมะครบรอบ 60 ปี  พอเมษายน ฉันก็ไปดูซากุระ  และก็สมใจอยาก  ฉันเริ่มต้นเส้นทางซากุระ ที่เกียวโต  ก่อนจะไปสิ้นสุดที่โตเกียว และจากนั้นมา ปีกว่า ก็ยังไม่ได้ไปเยือนตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องการไปญี่ปุ่นของฉัน

            4 ฤดูกาลของญี่ปุ่นนั้น มีสีสันที่น่าตื่นตาและประทับใจแตกต่างกัน  นอกจากภูมิประเทศ ภูมิอากาศจะเป็นใจแล้ว  ความช่างคิดประดิดประดอย และเข้าใจธรรมชาติของคนญี่ปุ่น  ก็เป็นเสน่ห์ทำให้กับทุกฤดูกาลน่าค้นหา  และทำให้ต้องมาให้ครบให้ได้

            ฤดูใบไม้ผลิ  แค่ชื่อก็ชื่นใจแล้ว  หลังจากหนาวเหน็บมายาวนาน   ทั้งคน ทั้งต้นไม้ก็ได้ผ่อนคลาย ดังนั้น ในบรรดาฤดูกาลทั้งสี่ ฤดูที่ทุกคนรอคอยด้วยความปิติยินดีมากที่สุด  คือฤดูที่ดอกซากุระผลิบาน  จากเอกสารทางประวัติศาสตร์ ทำให้ทราบว่า ชาวญี่ปุ่นต่างก็หลงในความงดงามของดอกซากุระมาตั้งแต่เมื่อ 1,300 ปีก่อนหน้านี้

 
            การมาเยือน และการผลิบานของซากุระ จึงมีนัยสำคัญถึงการเริ่มต้น สิ่งใหม่ ๆ  หลาย ๆ คนมองเห็นดอกไม้สีชมพูบานเต็มด้นด้วยความสวยงามและความประทับใจ  แต่สำหรับลูกอาทิตย์อุทัย  ซากุระ มีความหมายมากกว่านั้น   ....

            ซากุระ จะผลิดอกก่อนออกใบ ต่างจากต้นไม้อื่น ๆ แถมกลีบดอกก็บอบบางมาก  ที่สำคัญก็คือ อายุความงามก็สั้นแสนสั้น  หลังจากบานอวดโฉมเต็มที่  ซากุระจะมีเวลาให้อิ่มเอมกับความงามของมันได้เพียง  1 สัปดาห์เท่านั้น  ไม่สามารถต่อรองได้   อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับว่า มันเริ่มบานตอนไหนด้วย     ...  ญี่ปุ่นจึงเปรียบเทียบการบานของดอกซากุระ เปรียบเหมือนชีวิตคนช่างแสนสั้น   เผลอไปเพียงประเดี๋ยวประด๋าว ก็เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ ปีใหม่ 

            การมาถึงของซากุระ จึงทำหน้าที่คอยย้ำเตือนว่าได้เวลาเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ อีกครั้งหนึ่งแล้ว  และจงรีบทำมันซะ  เพราะเวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว  และเวลาดี ๆ ยิ่งไม่คอยใคร เหนี่ยวรั้งไม่ได้     คนกับธรรมชาติล้วนเหมือนกัน เมื่อเกิดขึ้น  ก็ตั้งอยู่ แล้ววันหนึ่งก็ดับไป เรามาจากธรรมชาติ เราจึงต้องกลับคืนสู่ธรรมชาติเช่นกัน   ซากุระบานสวย สะพรั่ง ชื่นตาชื่นใจ เมื่อ 1 สัปดาห์ผ่านไป ต้นไม้ต้นเดียวกัน ก็เริ่มทิ้งกลีบร่วงสลายใต้ต้น และบางส่วนก็ปลิวไปกับสายลม  ทั้งสวย ทั้งใจหาย  ญี่ปุ่นเรียกความงดงามของการร่วงราของซากุระว่า  "วะบิซะบิ" (ความงามอันแสนเศร้า)

  ทุกปีกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นจะพยากรณ์ช่วงเวลาที่ดอกซากุระจะผลิดอก และประกาศให้ประชาชนทราบล่วงหน้า แต่ก็เป็นเพียงประมาณการเท่านั้น  เพราะซากุระ ก็ลึกลับพอ ๆ กับการมาถึงและการจากไป

           แม้ไม่มีใครรู้แน่ชัด  แต่เมื่อรู้ว่าจะมาถึงแน่นอน  ทุกคนก็ยินดีที่จะเฝ้ารอ  โดยเฉลี่ย ซากุระจะเริ่มบานราว ๆ ปลายเดือนมีนาคม และบานเต็มที่ตอนต้นเดือนเมษายน จนถึงวันร่วงโรยหมดต้น ไม่เกินสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน

            นักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ชาวญี่ปุ่นก็จะวางแผนเดินทาง ไปชมดอกซากุระตามช่วงเวลาและสถานที่ที่มีชื่อเสียง  ดอกซากุระจะเริ่มบานจากทางภาคใต้ของประเทศ เรื่อยขึ้นไปทางภาคเหนือ    ในช่วงเวลาที่ต่างกันออกไป  ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปีนั้น  การชมซากุระ ยิ่งใหญ่ในฐานะของเทศกาล Hanami  เป็นเทศกาลชมดอกไม้ ที่ใครต่อใครจะพากันมาจับจอง ที่ปูเสื่อ (หรือพลาสติกรองนั่งสีฟ้าผืนใหญ่ ๆ )  ใต้ต้นซากุระ  พ่อแม่จะเตรียมตัวพาลูกๆ ไปสนุกสนานกันนอกบ้าน เด็กมหาวิทยาลัยจะวงกลมรอบวันที่ชมซากุระไว้บนปฏิทิน ส่วนบริษัทต่างๆ ก็จะวางแผนจองสถานที่ชมซากุระไว้ให้กับพนักงาน   

ส่วนใหญ่จะมีธรรมเนียมปฏิบัติว่าพนักงานน้องใหม่อาจจะต้องทดลองงาน โดยการตื่นแต่เช้า หรือไม่ก็ต้องไปค้างคืน เพื่อจองที่เหมาะ ๆ ในการชมซากุระไว้ทั้งวันจนกว่าหัวหน้าและรุ่นพี่คนอื่นๆ จะเลิกงานมาร่วมฉลองได้  หรือไม่ก็ต้อทำเชือกกั้น บอกอาการจองสถานที่ไว้อย่างชัดเจน   พอตอนกลางวันหรือค่ำ ๆ  ก็พากันมาดื่มกิน เฮฮากันสนุกสนาน       

            ทำไมทุกคนต้องรอคอยการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ   

            นั่นเป็นเพราะก่อนถึงฤดูซากุระหนึ่งเดือน เป็นช่วงของการใกล้เปลี่ยนผ่านฤดูกาล จากหนาวเหน็บ เริ่มอบอุ่น มีฝนตกมาเจิ่งนองแทนหิมะ หลายๆ ชีวิตสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลง   ถ้าหากเป็นนักเรียน  ก็จะอยู่ในช่วงของการสอบเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือสมัครงาน   ในส่วนของกิจการต่างๆ บริษัทห้างร้าน ก็จะต้องปิดบัญชีตามปีงบประมาณให้ทัน เป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสของใครหลายๆ คน

  

            แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง   ก็เป็นช่วงเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ บางคนก็เริ่มต้นชีวิตพนักงานบริษัท   ชาวนาชาวไร่ต่างก็ตื่นเต้นและชื่นใจทุกครั้งที่เห็นซากุระบาน เพราะมันเป็นสัญลักษณ์การมาถึงของฤดูเพาะปลูก แถมยังถือเป็นการทำนายความอุดมสมบูรณ์ของผลผลิตที่จะได้รับด้วย   ดังนั้นการชมดอกซากุระจึงเป็นเวลาที่ถ่ายทอดความสุข เป็นนิมิตหมายที่ดีในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และจะได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมรับมือกับปีที่กำลังจะมาถึง  

            ถ้าเราจะนิยามว่า  ซากุระ เป็นดอกไม้แสนสวย บอบบาง โรยราง่าย ก็เห็นจะไม่มีใครปฏิเสธ และแม้จะไม่ใช่ดอกไม้ประจำชาติ แต่ซากุระก็ผูกพันและเป็นมากกว่าความสวยงาม และความไม่จีรังยั่งยืน  การใช้ตราดอกซากุระ แทนเครื่องหมายของทหารราชองครักษ์  ที่หมายถึงการอุทิศตนให้กับหน้าที่ แม้ชีวิตอาจจะสั้นและไม่แน่นอน เป็นอีกนิยามหนึ่งที่เราจะเชื่อได้ว่า ซากุระนั้นผูกพันกับคนญี่ปุ่นมากแค่ไหน

            เซ็นได เมืองแห่งต้นไม้และความร่มรื่น  ในขณะเดียวกันก็คงความเป็นเมืองที่ก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมที่กำลังเจริญเติบโตและเบ่งบาน   ฉันเพิ่งเปิด เว็บไซต์พยากรณ์ซากุระบาน ของปี 2554 ระบุว่า ที่เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ ซากุระจะบานสวย ระหว่างวันที่ 11 – 13 เมษายน  ... 

            ฉันเชื่อว่า อีกไม่นาน เราคงจะได้เห็นความสวยงามของใบไม้ผลิ ที่เซ็นไดอีกครั้ง  ก็มันเป็นกฎของโลกนี่นะ  เมื่อเกิดขึ้น เพื่อตั้งอยู่  วันหนึ่งก็ต้องดับไป  และเมื่อดับไป ก็จะเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง อีกครั้ง  เพื่อตั้งอยู่ และดับไป ตามวงรอบ

            ไม่มีอะไรจะทำให้เศร้าใจไปกว่าการเห็นเพื่อนร่วมโลกต้องประสบเคราะห์กรรม จากภัยพิบัติธรรมชาติ ที่แม้แต่ประเทศที่ได้รับการยอมรับเรื่องของความปลอดภัยและโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยียังต้องค้อมหัวให้   ประเทศที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจากสงคราม จนถึงวันที่ยืนได้อย่างสง่างาม แต่ก็ยังคงความอ่อนน้อมถ่อมตน   สงบและสวยงามทุกฤดูกาล

            ฉันแค่อยากจะบอกว่า แผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์ ไม่เพียงโถมเข้าใส่เฉพาะชายฝั่งของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น  แต่มันเขย่าหัวใจของคนทั้งโลก อีกทั้งยังกัดเซาะและสะเทือนใจ  

            ในยามยากลำบาก  เราจะเห็นน้ำใจคน   ดังนั้น  ในวันนี้   เมื่อภัยพิบัติมาถึง แม้จะมีโอกาสซาบซึ้ง  น้ำตาคลอกับความร่วมมือ และน้ำใจจากคนทั้งโลก  แต่ถ้าให้เลือกได้  ถึงจะสายเกินไป  ก็คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น  ...  วลีสั้น ๆ ของคุณนิ้วกลม ที่เขียนไว้ใน Face book  เมื่อเย็นวันศุกร์ว่า  จริงหรือที่มนุษย์เป็นผู้ทำลายธรรมชาติ  ... มนุษย์เราไม่น่ายิ่งใหญ่ขนาดนั้น  ฉันว่า มันก็น่าจะจริง  แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ มนุษย์กับธรรมชาติและโลกใบนี้ คงเหลือเวลาอยู่ร่วมกันน้อยเต็มที่     

 
 
เมื่อ ฤดูกาลผ่านไป เดี๋ยวก็วนกลับมา  ซากุระปีนี้ ร่วงโรย ... ปีหน้าก็จะผลิบาน  ในขณะที่บางเรื่องราวในชีวิต  ไม่เคยย้อนมาให้แก้ไข หรือกลับคืน  แล้ว .. ซากุระ ที่ Miyagi วันนี้ จะบานอีกทีเมื่อไหร่กัน

Comment

Comment:

Tweet

thank you kabig smile

#2 By payufon on 2011-08-01 15:03

Great post really interesting writing style.

#1 By buy articles (116.71.19.219) on 2011-05-16 13:40