we smarter than me

posted on 16 Feb 2011 12:35 by payufon
 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ  หาเรื่องดี ๆ ใส่ตัว เขียนโดยคุณประภาส ทองสุข  เป็นหนังสือที่รวมบทความ ของผู้เขียน ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ ในกรุงเทพธุรกิจ

เป็นหนังสือไม่กี่เล่ม ที่อ่านรวดเดียวจบ และเพลินมาก  คุณประภาส ฯ มีมุมมองที่น่ารักมากมาย  เป็นมุม ที่สนุกสนาน  และทำให้เรานึกตามไปด้วยพร้อมกับพึมพำไปด้วยได้ง่าย ๆ  เออ เนอะ  นั่น สิ ฮืมมม์ เหมือนเราเลย อะไรทำนองนี้

ความที่บ้านของเราเป็นบ้านรักการอ่าน  และมีความเป็นครอบครัวสูง  นั่นจึงเป็นที่มาของความอบอุ่นจากการได้ฟังนิทานก่อนนอนเป็นประจำ นิทานทั้งหลายที่แม่เล่า ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเพื่อน มิตรภาพและความรัก  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความช่วยเหลือที่หนูมีต่อราชสีห์  หรือเรื่องของม้าอารีที่ใจดีแบบตัวเองต้องเดือดร้อน หรือเจ้าหมีพูห์ กับเพื่อนรัก พิกเล็ตต์  และเรื่องที่ชอบที่สุดคือ “เจ้าชายน้อย” มิตรภาพที่ใช้หัวใจมอง ของเจ้าชายน้อยกับสุนัขจิ้งจอก  เป็นต้น   

 

           จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ความฝังใจเกี่ยวกับความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน และความรู้สึกดี ๆ เกี่ยวกับมิตรภาพ และความผูกพันจึงมีอิทธิพลอย่างยิ่ง  และเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้ ประกอบกับประสบการณ์ในหน้าที่ นักประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานภาครัฐ ความภาคภูมิใจในองค์การ  ที่แสดงออกด้วยการทุ่มเทในการทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงาน   เมื่อประกอบเข้ากับเพื่อนร่วมงานที่มีความรักและสนุกสนานในการทำงาน  ทำให้เรารู้ซึ้งถึงคุณค่าของทีม  ยิ่งทำให้คล้อยตามคุณประภาส มากยิ่งขึ้น 

 

          จริงอยู่  แต่ละคนมาจากที่ต่าง ๆ กัน พื้นฐานครอบครัว สถาบันการศึกษา และอุปนิสัยใจคอ ทีมงานของเรา ยังต่างกันทั้งอายุงาน อายุตัว ความถนัด ทักษะ และความสามารถเฉพาะตัวต่าง ๆ   แต่เมื่อมารวมกัน เราสามารถผลักดันงานใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นงานระดับองค์การและสาธารณะให้ประสบความสำเร็จและได้รับคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาอยู่เสมอ 

 ความเป็นทีมของเรา เริ่มต้นในทุก ๆ เช้า ที่แทบทุกวันจะคล้าย ๆ กัน เว้นแต่เมื่อเกิดวิกฤตขององค์การ โดยเราจะเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการนั่งอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ (แทบทุกฉบับที่พิมพ์ออกจำหน่าย) ด้วยกันแทนการจ้าง clipping ด้วยเหตุผลที่ว่า พวกเราจะได้รับทราบข่าวสารในแง่มุมต่าง ๆ นอกเหนือจากเรื่องของหน่วยงานของเราแต่เพียงด้านเดียว  การแบ่งปันความรู้ของทีมงาน  นอกเหนือจากการแนะนำงานหรือช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดในการทำงานร่วมกัน  รับผิด และรับชอบด้วยกัน ในทุก ๆ เรื่อง ต่อเนื่องและยาวนาน ผูกพันจนเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมของทีมประชาสัมพันธ์ก็ว่าได้

 

          และด้วยเหตุที่เราศรัทธาและเชื่อมั่นในความเป็นทีม ทำให้เราสามารถขับเคลื่อนภาระงานต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี ในขณะที่มีบุคลากรเพียงไม่กี่คน เมื่อได้อ่านข้อเขียนของคุณประภาส ที่ว่าด้วยการทำงานเป็นทีม We are smarter than Me จึงกระแทกใจของฉันเข้าอย่างจัง   

 

          WE  ได้สร้างความร่วมมือ ในการติดต่อประสานงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

 

          WE  ช่วยเปลี่ยนความยุ่งยากซับซ้อนของการทำงานให้เป็นเรื่องสนุกสนาน  

 

          WE  สามารถก่อร่างสร้างความประทับใจ  ให้หน่วยงานภายนอกได้รับรู้และเข้าใจองค์การของเรา จนยึดโยงกลายเป็นเครือข่ายที่กว้างขวาง  

ดังนั้น WE สำหรับฉันและพวกเราในทีม จึงมีความหมายที่กว้างไกล เพราะมันเป็นมากกว่าวัฒนธรรมประจำทีม แต่มันหมายถึง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เกี่ยวข้องกับองค์การ stakeholders ผู้มีคุณูปการทั้งหลาย พี่น้องประชาชนที่ผูกพันเชื่อมโยงกันผ่านโครงการต่างๆ  เพื่อสังคม  

 และที่สำคัญก็คือ  WE ทำให้เราเดินไปได้ไกลกว่า  ฉลาดกว่า และมั่นคงกว่าการเดินตามลำพังเฉพาะ ME  แม้ว่าเราทุกคน จะมีแสงสว่างในตัวเอง  แต่ถ้าเราได้ส่องแสงเพื่อคนอื่นด้วย โลกจะสว่างมากขึ้นอีกแค่ไหน  ลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน

Comment

Comment:

Tweet

ว้าว..คุณประภาส ทองสุข มาเยี่ยมถึงบ้านเลย

เห็นทีต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วครับ
ดีใจจังเลย เหมือนเจอดาราที่เราชื่นชมquestion
ขอบคุณที่แวะมานะคะ

#2 By payufon on 2011-02-17 08:14

เรียน คุณ payufon
ผมมาอ่านเจอข้อเขียนของคุณโดยบังเอิญ อ่านแล้วดีใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ความคิดเล็กๆของผม มีคนเข้าใจและสนใจที่อ่านและคิดตามไป

Have a good day นะครับ
ประภาส ทองสุข

prapas.moo@gmail.com

#1 By Prapas (111.84.186.192) on 2011-02-16 22:49