สรรพสิ่งมากมายล้วนกำเนิดขึ้นและดำเนินไปตามวิถี

...นักปกครองขาดศรัทธาในเต๋า ก็มักต้องการให้ประชาชนมาศรัทธาในตน

เมื่อประเทศชาติตกอยู่ในความยุ่งเหยิง คุณค่าของขุนนางผู้ภักดีก็เกิดขึ้น

ยอมว่างเปล่าจึงเต็มได้ ยอมเก่าจึงกลับใหม่
ผู้มีน้อยก็จะได้รับ ผู้มีมากจะถูกลดทอน

       … …

ผู้ที่ยืนเขย่งบนปลายเท้าจะยืนได้ไม่มั่นคง

(บทที่ 16 – 25)

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

บทที่ 16 สรรพสิ่งล้วนกลับสู่ต้นกำเนิดเดิม


ครอบครองความเป็นสุญญตาไว้ รักษารากฐานแห่งความสงบไว้  สรรพสิ่งมากมายล้วนกำเนิดขึ้น
และดำเนินไปตามวิถี  ข้าพเจ้าได้คอยเฝ้ามองสรรพสิ่ง กลับไปสู่ต้นกำเนิดเดิม เพื่อพักผ่อนอย่างสงบ

เหมือนกับพืชพันธุ์ ที่เติบโตผลิดอกออกผล แตกกิ่งและช่อใบมากมาย ที่สุดก็ต้องกลับไปสู่รากฐานเดิม 

คือปฐพีที่ให้กำเนิด การกลับไปสู่รากฐานเดิมที่ให้กำเนิด คือ ความสงบ เรียกว่ากลับไปสู่ธรรมชาติเดิมของตน

กลับไปสู่ธรรมชาติเดิมของตน  ย่อมค้นพบกฎเกณฑ์อันไม่แปรเปลี่ยน  จึงเรียกได้ว่า เป็นผู้รู้แจ้ง

หากไม่รู้กฎเกณฑ์อันไม่แปรเปลี่ยนนี้ ย่อมนำความเสื่อมสลายมาสู่ตน ผู้ซึ่งรู้กฎเกณฑ์อันไม่แปรเปลี่ยนนี้

ย่อมมีความใจกว้าง เมื่อมีความใจกว้าง ย่อมมีความยุติธรรม เมื่อมีความยุติธรรม ย่อมเป็นสากล เมื่อเป็นสากล

ย่อมกลมกลืนกับธรรมชาติโดยไม่ขัดแย้ง  เมื่อกลมกลืนกับธรรมชาติ ย่อมกลมกลืนกับเต๋าด้วย เมื่อกลมกลืนกับเต๋า

ผู้นั้นก็เป็นอมตะ ตลอดชีวิตของท่านจะไม่มีภัยใดๆ มาแผ้วพานได้

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

 

บทที่ 17 ผู้ปกครองประเทศที่ดี

ผู้ปกครองที่ดีที่สุดนั้น ราษฎรเพียงแต่รู้ว่ามีเขาอยู่ ที่ดีรองลงมา ราษฎรรักและยกย่อง
ที่ดีรองลงมา  ราษฎรกลัวเกรง รองลงมาเป็นอันดับสุดท้าย ราษฎรชิงชัง
เมื่อนักปกครองขาดศรัทธาในเต๋า ก็มักต้องการให้ประชาชนมาศรัทธาในตน
แต่สำหรับนักปกครองที่ยอดเยี่ยมนั้น เมื่อภารกิจได้สำเร็จลงแล้ว การงานได้ลุล่วงลงแล้ว

ราษฎรต่างพากันภาคภูมิใจและกู่ก้องว่า "การงานนั้นล้วนสำเร็จลงด้วยความสามารถของเรา"

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

บทที่ 18 เกิดขึ้นเพราะความเสื่อม

เมื่อสัจธรรมแห่งเต๋าเสื่อมโทรมลง  ความถูกต้องและความดีงามก็เกิดขึ้น  เมื่อความรอบรู้และความเฉลียวฉลาดเกิดขึ้น ความหน้าไหว้หลังหลอกก็ติดตามมา  เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติทั้งหก  ไม่เป็นไปโดยปรกติสุขก็เกิด "บิดาใจดี" และ "บุตรกตัญญูเมื่อประเทศชาติตกอยู่ในความยุ่งเหยิง คุณค่าของขุนนางผู้ภักดีก็เกิดขึ้น

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

 

บทที่ 19 ธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์

ละทิ้งความเฉียบแหลม ละเลยความรอบรู้ ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์อีกร้อยเท่า

ละทิ้งความถูกต้อง ละเลยความยุติธรรม ประชาชนก็จะปรองดองกันดุจเครือญาติ 

ละทิ้งเล่ห์เหลี่ยม ละเลยผลประโยชน์ หัวขโมยก็จะหมดสิ้นไป สิ่งทั้งสามนี้ คือกิริยาอาการภายนอก

ที่เสแสร้งขึ้นอย่างไร้ประโยชน์ ราษฎรต้องการพึ่งพาในการเป็นตัวของตัวเองอย่างง่ายๆ
สอดคล้องกับธรรมชาติดั้งเดิมเพื่อขจัดความเห็นแก่ตัว เพื่อตัดรากเหง้าแห่งความโลภ

 

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

บทที่ 20 ผู้อื่นกับตัวข้าพเจ้า

เลิกการศึกษาเล่าเรียนเสีย ปัญหามากมายก็จะสิ้นสุดลง

ระหว่าง " ใช่ " กับ " ไม่ใช่ " นั้น แตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

ระหว่าง " ดี " กับ " ชั่ว " นั้น แตกต่างกันมากน้อยเพียงใด

สิ่งที่ผู้อื่นกลัวนั้น ก็มักทำให้เราต้องกลัวด้วย นี่เรียกว่าเป็น ความหลับในความตื่น  

ผู้คนในโลกพากันยิ้มแย้มเริงร่า คล้ายกับกำลังร่วมอยู่ในงานเลี้ยงฉลอง 

คล้ายกับกำลังนั่งอยู่บนหอสูงเพื่อชมความงามในฤดูใบไม้ผลิ มีแต่ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวที่สงบเสงี่ยม 

คล้ายกับผู้ตัดขาดจากความยินดียินร้ายทั้งปวง  คล้ายกับทารกแรกเกิดที่ยังไม่สามารถแม้แต่จะยิ้ม

ไม่ผูกพันอยู่กับสิ่งใด คล้ายผู้พเนจรที่ไร้บ้านเรือน
ผู้คนในโลกแม้เมื่อมีทรัพย์มากพอแล้ว ก็ยังเก็บงำสั่งสม มีแต่ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้สละละโดยสิ้นเชิง

ดวงใจข้าพเจ้าคล้ายกับผู้โง่งม ขุ่นมัวเคลือบคลุม ผู้อื่นเป็นผู้รู้ เฉียบแหลม ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวที่งมงายสับสน

ผู้อื่นฉลาด มั่นใจในตน ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวที่ต่ำต้อย อดทนเหมือนท้องทะเล ล่องลอยไร้จุดหมาย 

ผู้คนในโลกล้วนมีจุดมุ่งหมาย  ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวที่ดื้อดึงเซ่อซ่า ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวที่แตกต่างจากคนอื่น 

เพราะได้รับการบำรุงเลี้ยงด้วยคุณค่าอันสูงส่ง จากมารดาแห่งสรรพสิ่ง

 

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

 

บทที่ 21 พลังแห่งเต๋า

รูปรอยแห่งคุณความดีอันยิ่งใหญ่ ล้วนถูกชักนำมาจากเต๋า สิ่งที่เรียกว่าเต๋านี้
เห็นไม่ได้ จับต้องไม่ได้ เห็นไม่ได้ จับต้องไม่ได้  สิ่งที่แฝงเร้นภายในคือ รูปที่ไร้รูป
เห็นไม่ได้ จับต้องไม่ได้ สิ่งที่แฝงเร้นภายในคือ แก่นที่ไร้แก่น  มืดมัว สลัวราง
สิ่งที่แฝงเร้นภายในคือ พลังแห่งชีวิต 
พลังแห่งชีวิตนี้มีอยู่จริง  สิ่งที่แฝงเร้นนี้ปรากฏอยู่อย่างชัดแจ้ง
ตั้งแต่โบราณกาลจวบปัจจุบัน 
นามที่ไร้สำเนียงของเต๋ามิเคยถูกลบล้าง  จากสิ่งนี้เองเราก็อาจรู้แจ้งใน

ต้นกำเนิดแห่งสรรพสิ่ง เหตุใดข้าพเจ้าจึงรู้ซึ้งถึงต้นกำเนิดเดิม โดยอาศัยเต๋า

 

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

 

บทที่ 22 การไม่แก่งแย่งแข่งขัน

ยอมเป็นผู้ต่ำต้อยจึงรักษาตนไว้ได้  ยอมงอจึงกลับตรงได้  ยอมว่างเปล่าจึงเต็มได้ ยอมเก่าจึงกลับใหม่
ผู้มีน้อยก็จะได้รับ ผู้มีมากจะถูกลดทอน   ดังนั้นปราชญ์ย่อมรักษาความเป็นหนึ่งเดียวไว้ 

ท่านจึงกลายเป็นแบบอย่างของโลก ท่านมิได้แสดงตนให้ปรากฏ ความรุ่งโรจน์ของท่านกลับปรากฏขึ้น

ท่านมิได้ผยองลำพอง ชื่อเสียงของท่านกลับลือเลื่อง ท่านมิได้โอ้อวดตน ประชาชนกลับไว้วางใจ 

ท่านมิได้ภาคภูมิใจ แต่กลับได้เป็นผู้นำของประชาชน ด้วยเหตุว่าท่านมิได้แก่งแย่งชิงดีกับผู้ใด

จึงไม่มีใครในโลกมาแข่งขันกับท่าน  ตามที่โบราณได้กล่าวไว้ว่า " ยอมเป็นผู้ต่ำต้อยจึงรักษาตนไว้ได้ "

นี้มิอาจนับได้ว่าเป็นความจริงหรือ   ดังนั้นปราชญ์จึงดำรงตนไว้ได้ และโลกทั้งโลกก็ให้ความเคารพ

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

บทที่ 23 เข้าร่วมกับเต๋า

การพูดมากนั้นขัดกับธรรมชาติ แม้แต่พายุจัดยังพัดไม่ถึงเช้า แม้แต่พายุฝนยังตกไม่ถึงวัน
ใครเล่าทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ คือ ธรรมชาติ แม้แต่ธรรมชาติยังไม่อาจทำสิ่งใดได้ยาวนาน
แล้วคนเล่าจะทำได้น้อยกว่าธรรมชาติอีกสักเพียงใด ดังนั้นผู้ที่ดำเนินตามทางแห่งเต๋าก็จะได้ร่วมกับเต๋า

ผู้ที่ดำเนินตามทางแห่งคุณความดีก็จะได้ร่วมกับคุณความดี ผู้ที่ละทิ้งหนทางแห่งเต๋า  ก็จะหลงทางอยู่กับการละทิ้ง 

ผู้ที่เข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับเต๋า เต๋าก็ตอบสนอง ผู้ที่เข้าร่วมกับคุณความดี คุณความดีก็ตอบสนอง 

ผู้ที่เข้าร่วมกับการละทิ้ง  การถูกละทิ้งก็ตอบสนอง

ผู้ที่ขาดศรัทธา  จะสามารถทำให้ผู้อื่นเกิดความศรัทธาเชื่อถือในตนได้อย่างไร

 

 

 

 

 ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

บทที่ 24 กากเดนของคุณความดี

ผู้ที่ยืนเขย่งบนปลายเท้าจะยืนได้ไม่มั่นคง ผู้ที่เดินเร็วเกินไปจะเดินไม่ได้ดี ผู้ที่แสดงตนให้ปรากฏจะไม่เป็นที่รู้จัก

ผู้ที่ยกย่องตนเองจะไม่มีใครเชื่อถือ ผู้ที่ลำพองจะไม่ได้เป็นหัวหน้าในหมู่คน สิ่งเหล่านี้ในทัศนะของเต๋าแล้ว

ย่อมเรียกได้ว่า กากเดนและเนื้อร้ายของคุณความดี  อันเป็นสิ่งที่พึงเหยียดหยาม 

ดังนั้นบุคคลผู้ยึดมั่นในหนทางแห่งเต๋า พึงหลีกเลี่ยงจากสิ่งเหล่านี้

 

 

 

ภาพเคลื่อนไหว

 

 

 

บทที่ 25 ความยิ่งใหญ่สี่ชนิดในจักรวาล

ก่อนการดำรงอยู่ของฟ้าและดิน มีบางสิ่งบางอย่างมืดมัวเคลือบคลุม เงียบงัน โดดเดี่ยว อยู่เพียงลำพัง

ไม่แปรเปลี่ยน  เป็นอมตะหมุนเวียนไม่หยุดยั้ง มีค่าควรแก่การเป็นมารดาของสรรพสิ่ง ข้าพเจ้าไม่ทราบชื่อสิ่งนั้น 

แต่ถ้าถูกบังคับให้เรียก  ก็จะเรียกว่า "เต๋า" และจะให้ชื่อว่า " ยิ่งใหญ่ " ยิ่งใหญ่หมายถึงความต่อเนื่อง 

ความต่อเนื่องหมายถึงความยาวไกล ความยาวไกลหมายถึงการกลับสู่ต้นกำเนิดเดิม
ดังนั้นเต๋าจึงยิ่งใหญ่ ฟ้าจึงยิ่งใหญ่ ดินจึงยิ่งใหญ่ ปราชญ์จึงยิ่งใหญ่ นี่คือความยิ่งใหญ่สี่ชนิดในจักรวาล
และปราชญ์ก็นับเป็นหนึ่งในนั้น คนทำตามกฎแห่งดิน ดินทำตามกฎแห่งฟ้า ฟ้าทำตามกฎแห่งเต๋า
เต๋าคงอยู่และเป็นไปด้วยตนเอง

 

 

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (118.172.57.111) on 2010-02-05 12:55

#1 By สายใจ (118.172.57.111) on 2010-02-05 12:54