season changed

posted on 18 May 2009 10:14 by payufon

          ความเดิมตอนที่แล้ว พากันไปเที่ยวทุ่งแห่งความฝันกลางฤดูร้อนของญี่ปุ่นที่ฮอกไกโด  ที่ซึ่งสีสันของฤดูร้อนบาดตาอย่างไร  พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ก็จัดจ้านไม่แพ้กัน เพียงแต่ออกจะเป็นความสวยแบบสงบนิ่ง แบบคนที่รู้ซึ้งถึงสัจธรรมแห่งการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป เพราะเมื่อฤดูร้อนผ่านไป ดอกไม้ที่เคยร่าเริง โชว์ดอกออกช่อ ก็จะพากันร่วงพรูสุ่ผืนดินในฤดูใบไม้ร่วง และสงบดังจำศีลในฤดูหนาว ที่มีหิมะโปรยปรายมาแทน อีกไม่นาน ฤดูใบไม้ผลิก็มาถึงพร้อมเสียงนกร้อง จากนั้น ดอกไม้ที่เมื่อฤดูกาลก่อนเพิ่งร่วงพรู ก็ได้เวลาเบิกบานอีกครั้ง เป็นเช่นนี้เรื่อยไป เพราะในที่สุดแล้ว ไม่มีอะไร ที่จะเป็นนิรันดร์

            ต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ในขณะที่บ้านเรายังมีฝนตกเกือบทุกวัน แต่ก่อนจะเข้าสู่ฤดูอันหนาวเหน็บและยาวนาน จะต้องผ่านช่วงเวลาแห่งความสวยงามอีกวาระหนึ่ง นั่นคือ ฤดูโคโย หรือฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ต้นไม้ทั่วทั้งแผ่นดินญี่ปุ่น จะพากันเปลี่ยนสี ผลัดใบ ไม่ว่าจะเป็นต้นซากุระ ต้นแปะก้วย ต้นเมเปิล  นับเป็นอีกห้วงเวลาหนึ่ง ที่ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติรอคอยการมาเยือน ไม่น้อยไปกว่าเทศกาลชมซากุระ อันแสนสั้นในเดือนเมษายน

            ฉันเริ่มต้นเส้นทางที่ใฝ่ฝันนี้ ในราวกลางเดือนพฤศจิกายน หลังจากที่จัดการกับสิ่งละอันพันละน้อยในชีวิตได้สำเร็จ หัวใจก็พร้อมโบยบิน พร้อมกระเป๋าลาก ที่ประสบการณ์สอนว่าไม่ต้องใบใหญ่ และไม่ต้องใส่สารพัดด้วย เพราะกระเป๋ายิ่งเล็ก ก็ยิ่งคล่องตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยละก้อ จะยิ่งเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา ทริปนี้ ฉันเลือกเส้นทางมรดกโลก เริ่มจาก หมู่บ้าน Shirakawa-go และเมือง Nikko

                 สถานี Nagoya ประกอบด้วยผู้คนมากมายมหาศาล คล้าย ๆ ที่สถานี Kyoto แต่ว่า    ข้อควรระวังคือแผนกให้บริการแลกตั๋วเจอาร์พาสเปิดให้บริการสายมาก ๆ นั่นคือ 11.00ในขณะที่เครื่องบินจากกรุงเทพ ฯ ไปถึง Nagoya ตอนเกือบ ๆ 7 โมง (ห้างสรรพสินค้าเปิดประมาณ 10 โมง) 

            เมื่อมีจุดหมายปลายทางแล้ว ฉันเลือกเส้นทางบินจากกรุงเทพ ฯ ไปลงที่ Nagoya เพราะประเมินแล้ว่า ถ้าต้องเริ่มต้นที่ Takayama ก็จะเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุุด เพราะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาทีเท่านั้น ฉันเคยไป Takayama มาแล้วครั้งนึง  เมืองแสนเล็กและคลาสสิคนี้ สร้างความประทับใจ มากมายในคราวที่มาเยือนตอนฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม)  ตอนนั้น สองข้างทางจาก Osaka ไป Takayama แม้จะนานเกือบหรือกว่า 4 ชั่วโมงแต่ก็แสนสวย  พอมาถึงฤดูใบไม้ร่วง ย่างเข้าหน้าหนาว ยิ่งสวยใหญ่ แต่ที่แย่นิดหน่อยก็คือ หน้าหนาวมืดเร็ว พอสี่โมงเย็นเริ่มมืด พอห้าโมงเย็นก็มืดจริง ๆ เลยทำให้ไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกเท่าฤดูใบไม้ผลิ หรือฤดูร้อน

นั่งรถไฟจากสนามบินเข้ามาในเมือง

Anya on board

ข้าวกล่องบนรถไฟ(ก่อนเปิด)

เปิดแล้ว หน้าตาเป็นอาหารจากภูเขา เนื่องจาก Takayama อยู่ในหุบเขา

            สาเหตุที่มา Takayama คราวนี้ เพื่อเป็นสถานีต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่แท้จริง คือหมู่บ้านมรดกโลก Shirakawa ที่เมือง Gifu นั่นเอง คราวนี้ เข้าพักที่โรงแรม Washington เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ผู้ที่มาพักมักจะเป็นนักธุรกิจหรือชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาติดต่องาน เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักกจะพักที่รีสอร์ที่มีออนเซน ส่วนลูกทัวร์ไทยก็มักจะพักโรงแรมที่ใหญ่โตกว้างขวางกว่านี้ แต่ฉันชอบโรงแรมเล็ก ๆ แต่มีไมตรีจิตแบบนี้แหละ หาง่ายด้วย  อยู่หน้าสถานีรถไฟ Takayama พอดีเลย บริการเป็นมิตรดีมาก แถมด้วยอาหารเช้าแบบญี่ปุ่นแสนอร่อย ประกอบด้วยปลาแซลมอนย่างเกลือ แม้จะอยู่แถบภูเขาแบบที่เรียกกันว่า land lock ก็ยังมีปลาย่างมาให้ เสิรฟร้อน ๆ พร้อมกับมิโซะย่างบนใบไม้หอมมาก ๆ  ลืมชื่อไปแล้ว เป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่เขาล่ะ กินกับข้าวสวยเม็ดอวบอ้วน แล้วก็เครื่องเคียงสารพัด ตบท้ายด้วยซุปเต้าหู้ อิ่มไปถึงกลางวันเลย(ทั้งหมดตั้งอยู่ในถาด รวมทั้งเตาย่างมิโซะด้วย)

โรงแรมอยู่หน้าสถานีรถไฟ เล็กแต่สะอาดและสะดวกสบาย

อันย่า บนหัวเตียง