ท้ายทัวร์ 2

posted on 18 May 2009 11:37 by payufon

บันทึกท้ายทัวร์ 2

- อยากได้ให้ซื้อซะ ไม่ว่าจะขนม อาหาร ของที่ระลึก เพราะทุกสิ่งอย่างเป็นของเมืองใครเมืองมัน เป็นผลิตภัณฑ์ตำบล/หมู่บ้าน ดังนั้น สินค้าของแต่ละเมืองจะไม่ซ้ำกันเลย อย่าได้หวังน้ำบ่อหน้าหรือเปรียบเทียบราคา เพราะที่ญี่ปุ่น ราคาสินค้าเป็นมาตรฐานเหมือนกันหมดทั่วประเทศ ไอ้ที่จะมารอป้ายหน้าค่อยซื้อ อย่างร้านขายของฝากบ้านเรา เห็นที่จะอดแน่นอน

- คนเกียวโตยืนชิดขวา คนโตเกียวชิดซ้าย ทำให้ฉันผู้ซึ่งมีปัญหางง ๆ เรื่องซ้ายขวามาตลอดชีวิต สับสนหนักกว่าเดิม

- เดินทางลำพัง หรือไปเที่ยวกันเองปราศจากหัวหน้าทัวร์หรือลูกหาบช่วยยกของ ควรใช้กระเป๋าลากแบบสี่ล้อ เวิร์คมาก ๆ ขอบอก เพราะมีประสบการณ์แบบสองล้อมาแล้ว แทบตกบันไดเลื่อนคอหักตาย ก็แหม แต่ละสถานี บันไดเลื่อนสูงยังกับตึก 3 ชั้น อีกทั้งกระเป๋าแบบ 4 ล้อ ยังคล่องตัวสุด ๆ เวลาขึ้นรถไฟและปรับทิศทางตอนขึ้นลงบันไดเลื่อนตามสถานีชุมทางใหญ่ ๆ ด้วย (สถานีรถไฟทุกแห่งมีลิฟต์และบันไดเลื่อนไว้บริการผู้โดยสาร แต่บางทีอาจจะหายากหน่อย ลองดูทั่ว ๆ อย่าใจร้อน เพราะจะทุ่นแรงได้มากมาย)

- รับประทานข้าวกล่องบนรถไฟ เป็นความสุขที่ยากจะลืมเลือน

- การลองเสื้อผ้าในห้องลอง (fitting room) ต้องถอดรองเท้า และคลุมศรีษะและใบหน้าด้วยผ้าที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ ป้องกันเครื่องสำอางค์เลอะเสื้อผ้าที่เรากำลังจะลอง (เข้าใจคิดนะ)

- ร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่น มีสินค้าและเครื่องดื่มหลากหลายมากเลย วิตามิน C 2000 เป็นเครื่องดื่มขวดเล็กที่อร่อยสุดยอด ฉันดื่มวันละหลายขวดเลยล่ะ ทำให้ร่างกายสดชื่น มีภูมิต้านทานความเหนื่อยอ่อนหลังจากเดินเที่ยว รองลงมาก็เป็น Calpilco Soda อร่อยมาก ๆ เหมือนกัน(รส original อร่อยสุด)

- ค่าแสตมป์สำหรับส่งโปสการ์ดกลับเมืองไทย 70 เยน

- โปสการ์ดที่ญี่ปุ่นสวยมาก ๆ

- ถ้ากระเป๋าแน่นขนัดไปด้วยข้าวของต้องใจที่ช้อปปิ้งมา อย่าตกใจเผลอซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่ม (เหมือนที่ฉันมักจะทำบ่อย ๆ เวลาใช้บริการบริษัททัวร์ไปเที่ยวกับพ่อแม่ แหะ แหะ) เพราะคุณไม่สามารถลากจูงกระเป๋าทีละ 2 ใบได้ แม้ว่ามันจะมี 8 ล้อก็ตาม !!! วิธีแก้ปัญหาของฉันก็คือ เอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วกับข้าวของ(ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คกับสมุดโน้ต) รวบรวมของที่ว่า จดเป็นรายการไว้ เช่นเสื้อผ้าใช้แล้วกี่ตัว หนังสือกี่เล่ม เสื้อยืด กางเกง เท่าไร แล้วใช้บริการ ส่งกลับบ้าน by ship เห็นมั้ย แค่นี้ก็สบายแล้ว เหลือกระเป๋าแค่ใบเดียว เก๋ไก๋ พร้อมให้ซื้อเพิ่มได้อีก แต่.. อาจจะตื่นเต้นเล็กน้อย ที่เมื่อเรากลับมาตั้งสองอาทิตย์แล้ว ทำไมของยังไม่ถึง เผลอแป็บเดียวเดือนนึงแล้ว ของยังไม่มาเลย ไม่เป็นไร อย่าตกใจ เพราะล่าสุดฉันส่งของกลับบ้าน 1 กล่องใหญ่ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ของเพิ่งถึงบ้านโดยสวัสดิภาพวันนี้เอง (5 กุมภาพันธ์) คงไม่ต้องบอกนะคะว่าดีใจแค่ไหน (จริง ๆ แล้ว เป็นเสื้อผ้าหน้าหนาวและถุงมือที่ซื้อเตรียมไว้สำหรับจะไปลุยหิมะในเทศกาลหิมะที่ซัปโปโร ที่ฉันวางแผนไว้ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยคุณพี่ก็เห็นดีเห็นงาม แต่เมือปลายเดือนที่ผ่านมา คุณพี่บอกว่า เราไปฮาร์บิ้นกันเถอะ !)

- ร้านเครื่องเขียน เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ฉันมักจะเข้าไปฝังตัวอยู่นาน ๆ ตามประสาคนชอบ (ซื้อเครื่อง)เขียน      ที่ร้านแบบนี้ เราจะได้อยู่ท่ามกลางกระดาษสารพัดเท่าที่จะหาได้ในโลกนี้ สมุดโน้ตนานาพันธุ์ เป็นของช็อป   สุดโปรดที่กลายเป็นน้ำหนักให้ต้องแบกทุกครั้งที่เดินทางท่องเที่ยว ปากกาเมจิกที่เป็นปลายแบบพู่กัน ก็หาได้ง่ายเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีสติกเกอร์น่ารักสุดยอด กระดาษเขียนจดหมายเก๋จัด และโปสการ์ดที่ไม่รู้จะเขียนหาใครได้หมด ค่าที่ว่ามันสวยไปหมด

- ขวดน้ำดื่มที่ขายในประเทศญี่ปุ่นมีขนาดพอเหมาะ พกพาสะดวก ดีไซน์สวยด้วย

- ตู้กดของกินสารพัดชนิด ชอบจริง ๆ เลยอ้ะ อยู่ใกล้เป็นต้องกด

Comment

Comment:

Tweet