ภูเขาสีชมพู

posted on 18 May 2009 11:35 by payufon

        พฤษภานี้ เราหนีร้อนและชื้นของกรุงเทพ ฯ พากันไปดูพิงค์มอส ที่เกาะเหนือ แล้วก็เยี่ยมเพื่อนรักศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่นกับครอบครัวที่เกียวโต อืมม์ มีเวลา 4 - 5 วัน เหตุผลก็คือ จะไปทำไมกันหลายวัน งานการมีทำ  แต่ความที่เราโชคดี เก็บได้หมด ตั้งแต่ กรุงเทพ ฯ ลงโอซาก้า ต่อเครื่อง ANA ไปลงที่สนามบิน Chitose ฮอกไกโด แล้วก็นั่งรถไฟเข้าเมืองซับโปโร (เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่โตมโหฬาร ของกินของขายมากมาย สนุกมาก) 

 

ภายในรถรางโมโนเรล จากสถานีโตเกียวไปสถานีฮาเนดะเพื่อต่อเครื่องบินภายในประเทศไปซับโปโร

 

ช่างคิด .. ช่องเก็บตั๋วรถไฟกันหาย เวลานายตรวจมา หรือไม่ก็จะได้ไม่ต้องรบกวนผู้โดยสาร


สนามบินที่ซับโปโร ชื่อสนามบิน Chitose อยู่ห่างจากเมืองออกไปประมาณเกือบชั่วโมง โดยรถไฟด่วน หลังจากสอบถามข้อมูลที่ Tourist Center อันใหญ่โตกว้างขวางตั้งอยู่ภายในสถานีรถไฟแล้ว เราก็ไปตั้งหลักที่โรงแรม Chisun ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีเครือข่ายเยอะหมือนกัน (โดยส่วนตัวขอแนะนำ เพราะชอบอัธยาศัยของพนักงานโรงแรม Chisun Ueno มาก ๆ ขอนำเสนอให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเผื่อใครอยากจองโรงแรมเอง เป็นทำเลที่สุดประเสริฐ อยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินเพียง 2 นาที by walk)

Chisun Hotel Sapporo เล็ก กระทัดรัดและสะดวกสบายที่สุด

อาหารกลางวันของเรา ข้าวหน้าเนื้อย่าง

 ข้าวหน้าปู

 วันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่ Nonky town ดูพิงค์มอส แบบไม่ได้เตรียมการไว้ เพราะตอนแรกนึกว่าอยู่ไกลมาก แต่โทรเช็คแล้ว ดอกไม้ยังบาน แล้วก็มีเครื่องบินไปหลายเที่ยว  ขากลับยังได้แวะเที่ยวเมืองโอตารุด้วยเลยภูเขาสีชมพู มองจากจุดชมวิว

ตู้ขายน้ำ ยังเป็นวิวเดียวกัน สวยสม..กลมกลืนไปหมด


                วิธีไปดูพิงค์มอส เริ่มจาก ตอนเช้า นัดแท็กซี่มารับที่โรงแรมไปสนามบิน domestic อยู่ใกล้ ๆ โรงแรม ขึ้นเครื่อง ANA ไปลงที่สนามบินเมือง memembutsu แล้วก็เช่าแท็กซี่ อีกทีไปที่ Nonky Town ซึ่งเป็นเหมือนสวนของเอกชนที่เปิดขายบัตรให้คนเข้าไปถ่ายรูปหรือพักผ่อน แต่ก็สวยจริง ๆ ที่จริงมีอีกแห่งนึงสวยกว่านี้ อยู่ไกลกว่าอีกนี้ด แต่เราไป late May มากแล้ว พิงค์มอสเลิกบาน  ก็เลยเหลือแต่ที่นี่แหละ เพื่อให้คุ้มค่ากับตั๋วเครื่องบิน  ก็เลยไปดูนางฟ้าปีกใสประจำท้องทะเลญี่ปุ่น ตัวเล็กจิ็ว หน้าตาท่าทางคล้าย ๆ แมงกระพรุนขนาดเล็ก  แต่น่ารักกว่า

 

นางฟ้าปีกใส แห่งท้องทะเลญี่ปุ่น

มีโชว์ไว้ที่พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับทะเลญี่ปุ่น จำชื่อไม่ได้แล้ว ที่นี่ยังมีห้องเยือกแข็ง แบบว่า พอเราเข้าไป เขาจะมีผ้าขนหนูชุบน้ำให้ทดลองความเย็น โดยให้เราสะบัดผ้า 3-4 ครั้ง ผ้าขนหนูจะแข็งเป๊กตั้งได้เลยล่ะ เข้าใจเล่นนะ 

 

 

ทางรถไฟสายฝั่งทะเล โอตารุ น่ารักและอยากไปอีก

               ขากลับ  เครื่องบินมาถึงบ่ายแก่ ๆ ก็เลยนั่งรถไฟไปเที่ยวที่เมือง Otaru ซึ่งเป็นเมืองน่ารักริมทะเล (ทางรถไฟสายนี้ ก็โรแมนติคมาก ๆ เพราะเลียบฝั่งทะเลแบบประชิดติดน้ำเลยทีเดียว) ไปถ่ายรูปกับสะพานเก่าริมคลองโบราณ (แค่นี้ก็ทำเป็นแลนด์มาร์คได้ คิดดู) ตอลดลำคลองเป็นพวกโกดังโบราณ ว่ากันว่า พอเข้าหน้าหนาว จะมีเทศกาลแสงเทียน คือจุดเทียนวอบแวมตลอดแนวสะพานและทางเดินริมคลอง ให้บรรยากาศที่สวยงามอีกแบบหนึ่งท่ามกลางความหนาวเย็นจับหัวใจ  เมืองนี้ ขอแนะนำให้ไปช่วงหน้าร้อน เพราะทั้งเมืองจะเปิดเทปเสียงเพลงจากกล่องดนตรี กรุ๋งกริ๋งทั้งเมือง น่ารักมาก ๆ เพราะเขาโปรโมทเป็นเมืองแห่งเครื่องแก้วและกล่องดนตรี(music box) ที่สำคัญ มีร้านราเมนปู ชามใหญ่ยักษ์อร่อยมาก ๆ ด้วย เป็นอีกเมืองโรแมนติคที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

ระหว่างทาง

ทางรถไฟไป Furano

แปลง...เปล่า ๆ !!

เช้าวันรุ่งขึ้น ก็ยังมุ่งมั่นที่จะไป Furano เพื่อดูทุ่งดอกไม้สายรุ้ง แบบที่เห็นในหนังสือไกด์บุ๊ค ปรากฎ ว่ามาเร็วไป (ประมาณ 2 เดือน 555) ยังเป็นแปลงดินอยู่แลย แง ๆ มิน่าไม่มีคนเลย โชคดีที่มุ่งมั่นจะไปดูพิงค์ มอส ไม่งั้นต้องเสียใจมากที่อดดูทั้งสองอย่าง ตอนเย็นเดินหาหาภัตตาคารปูยักษ์จนเจอ ที่จริงเดินผ่านไปมาอยู่หลายรอบ แต่หาทางเข้าไม่เจอ ปรากฎว่าต้องเดินเข้าไปในร้านโล่ง ๆ นั่นแหละ แล้วกดลิฟต์ขึ้นไปอีก เป็นเมนูปูตัวใหญ่ยักษ์ หลากหลาย อร่อยมาก มีมันปูควักออกมาเสิรฟต่างหากด้วย อร่อยดีไม่คาวเลย

                วันรุ่งขึ้นเก็บข้าวของเดินทางไปโอซาก้า เตรียมตัวไปนอนบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นของคุณพี่ที่เมืองนารา ปรากฎว่าไปถึงดึกมาก เค้าเลยตื่นทั้งบ้าน (เพื่อน - ผู้ซึ่งรอเราที่สถานีรถไฟ 2 ช.ม.ตอนเช้าเลยเป็นหวัด+ภริยาเพื่อน-เตรียมอาหารรออยู่ที่บ้าน + ลูกเพื่อน + แม่ยายเพื่อน)รอเรา โอ๊ยอายจัง แถมยัง request เนื้อมัตสึซากะอีกด้วย ลองทำเนื้อชาบูรับประทานตอนเที่ยงคืนครึ่งดูนะคะ ว่ารสชาติจะเป็นยังไง  วันรุ่งขึ้น เราจะกลับกรุงเทพ ฯ เที่ยวตีหนึ่งกว่า ๆ ด้วยความเกรงใจเจ้าของบ้าน ก็เลยรีบเผ่นออกมา โดยหาสาเหตุจะไปเที่ยวชมเมือง Kyoto - Osaka ปรากฎว่า ไปขลุกอยู่ที่ outlet จนเย็นย่ำ แล้วก็ขึ้นเครื่องกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

edit @ 18 May 2009 11:55:31 by payufon

edit @ 18 May 2009 12:29:44 by payufon

edit @ 19 May 2009 12:41:30 by payufon

Comment

Comment:

Tweet