ทุ่งแห่งความฝัน

posted on 17 May 2009 21:33 by payufon

           จุดหมายปลายทางที่ฉันเคยใฝ่ฝันจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ก็ฝรั่งเศสตอนใต้ แถวโปรวองซ์ เพื่อที่จะไปทุ่งลาเวนเดอร์สุดลูกหูลูกตา  ต่อมา แม้จะไปปารีสหลายต่อหลายครั้ง ไปคนเดียวบ้าง กับเพื่อนบ้าง กับเพื่อนสนิทที่สุดเพื่อต่อรถไฟไปไหนต่อไปในยุโรป แต่ก็ยังไปไม่ถึงดินแดนที่ว่าเลยสักที

                      ปีที่ผ่านมา จัดว่าเป็นปีแห่งการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นของฉันก็ว่าได้ หลังจากที่ล่าสุดเคยไปญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อนหน้า  ตอนนั้น ไปกับทัวร์ ก็เป็นเส้นทางสุดฮิต และเป็นไฮไลท์ แบบว่าโตเกียว ดิสนีย์แลนด์ ดิสนีย์ซี ภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบที่อาโกเน่ และกลับที่โอซาก้า แต่เมื่อตอนเมษายนปีที่แล้ว มีคณะพรคพวกเพื่อนผูงเดินทางแบบกรุ๊ปเหมา เรากันเอง โดยมีฉัน รับอาสาเป็นหัวหน้าทัวร์เอง (เคยไปญี่ปุ่นแค่ครั้งเดียว อาสาเป็นหัวหน้าทัวร์ ออกจะเป็นความกล้าหาญอย่างมากของลูกทัวร์ อิอิ) ตอนนั้น เราไปฟูกูโอกะ และเบบปุ เผอิญว่า คณะเราออกจะแจ็คพอต ได้หัวหน้าทัวร์ที่ไม่ค่อยน่ารัก ฉันก็เลยรู้สึกว่าไม่จุใจ พอต้นเดือนพฤษภาคม ฉันก็อ้างเหตุวันเกิดของตัวเอง ขออนุญาตผู้เกี่ยวข้อง ไปญี่ปุ่นเพียงลำพัง 10 วัน(หรรษามาก ๆ ขอบอก) โดยจัดตารางเดินทางเอง ใช้เจอาร์พาส (บัตรวิเศษ) ไปลงโอซากา เดินทางไปเกียวโต นารา ทาคายาม่า ฮาโกเน่ และโตเกียว เป็นการเดินทางที่แสนสนุก แม้ว่าตอนแรก ออกจะตกใจเล็ก ๆ กับขนาดของบิซิเนสโฮเต็ล แต่พอวันรุ่งขึ้น ฉันก็ชอบ และคุ้นเคยกับขนาดเล็กจิ๋วของห้องพักได้อย่างง่ายดาย (ฉันชอบพักที่โรงแรมในเครือ Chi sun โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ Ueno อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินมาก ๆ สะดวกสุด ๆ พนักงานอัธยาศัยดีมากเลย)

                ตามประสาพวกสุขนิยมอย่างฉัน จึงไม่แปลกที่จะพิศมัยการเดินทางตามลำพังเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องรอใคร เปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา ไม่มีคนขัดใจ แต่อย่างไรก็ตาม ในดีก็มีเสีย หลังจากที่ทดลองเดินทางทั้งแบบหมู่ แบบเดี่ยวและแบบคู่แล้ว ฉันพบว่า เดินทางคนเดียว(แบกกระเป๋า)หนัก..หาย สองคนช่วยกัน(แบกกระเป๋า)สบายจะตาย  ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่า คู่ของคุณ น่ารักเหมือนคู่ของฉันมั้ย

                            พอกลางเดือนกรกฎาคม ฉันก็หาเหตุผลอ้างกับตัวเองได้ ว่าฉันควรจะรีบไปดูทุ่งลาเวนเดอร์ ที่ฟูราโน่ตามที่ตั้งใจให้เสร็จ ๆ ในปีนี้ เผื่อปีหน้าอากาศแปรปรวน ดอกไม้อาจเลิกบาน หรือเกิดภัยธรรมชาติอื่น ๆ อีก อ้างไปอ้างมาก รู้ตัวอีกที ฉันก็ขึ้นเครื่องบินตามลำพังจากกรุงเทพ ฯ  ลงโอซาก้า และต่อเครื่องบินมาลงที่สนามบิน Chitose บนเกาะฮอกไกโดเรียบร้อยแล้ว (ขอเสริมนิดนึง - ถ้าจะไปฮอกไกโดแบบบินตรง ควรจะลงที่โอซาก้า เพราะไม่ต้องเปลี่ยนสนามบิน แต่ถ้าลงนาริตะ โตเกียว จะต้องต่อรถไฟไปที่สนามบินภายในประเทศอีก ค่อนข้างยุ่งยากทางธุรกรรม สำหรับผู้ที่เดินทางเอง) 

               Tomita farm ที่เมือง Furano แหล่งปลูก lavender ที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ must see ด้วย อยู่ตอนกลางของเกาะ Hokkaido ตอนที่ไปถึงเป็น mid summer พอดีเลย ราว ๆ 17-18 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้เอง ไม่อยากจะบอกว่า ตอนแรกไปช่วงปลายเดือนพฤษภา คราวที่ไปดู pink moss ที่ Ozara ตอนเหนือของเกาะ แต่พอไปถึง ปรากฎว่าเพิ่งเตรียมดินสำหรับปลูก ก็เลยแป่วว ไม่เจอ field of dream

              ทีนี้ เลยตั้งใจไปให้ตรงเวลา แล้วก็ได้เห็นอย่างใจเลย ได้นั่งรถไปขบวนลาเวนเดอร์ ซึ่งเป็นรถไฟขบวนพิเศษที่มีเฉพาะช่วงเทศกาลลาเวนเดอร์ในหน้าร้อนเท่านั้นน๊า สวยจริง ๆ แม้จะร้อนอบอ้าวไปนี๊ดนึง แต่ที่แย่หน่อยก็คือ ช่วงนั้น เราไปคนเดียว T_T

               รถไฟที่ขึ้นจากซับโปโรไปเมืองฟูราโน ที่ตั้งของโทมิตะฟาร์ม เป็นอีกหนึ่งความละมุนละไมของญี่ปุ่น เพราะรถด่วนขบวนนี้ ชื่อ rainbow ตัวรถเป็นสีม่วงสดใส วาดรูปสายรุ้งไว้ด้วย ขณะกำลังแล่นไปฟูราโน ก็มีสารคดีเกี่ยวกับเมืองฟูราโน ฟาร์มลาเวนเดอร์ และทุกสิ่งอย่างที่น่าสนใจของเมืองที่เรากำลังจะไป รวมทั้ง Biei อีกเมืองที่สวยงาม เต็มไปด้วยท้องทุ่งพืชผลการเกษตรที่ดีไซน์อย่างสวยงามเหมือนภาพตัดปะ  ที่ฉันตั้งใจว่าจะไม่พลาดอีก
                   
                ไปถึงฟูราโนเร็วไปนิดนึง ต้องรอรถไฟโรแมนติกสายโนร็อกโกะ ที่ฉันที่ฉันมุ่งมั่นว่าต้องขึ้นให้ได้ แม้ว่าจะแน่นแค่ไหนก็ตาม แต่อนิจจา ถ้าต้องรออีกเกือบชั่วโมง บวกกับเวลาที่รถวิ่งแบบหวานเย็นเพลินใจอีกร่วม 50 นาที ฉันก็เกรงว่าจะเบื่อตายเสียก่อน ก็เลยจับแท็กซี่ตรงไปฟาร์มโทมิตะเลย ใช้เวลาเพียง 20 นาที ที่ระหว่างทางทั้งสวยและหอมโชยมาเป็นระยะ ๆ (ลืมเก็บภาพไว้ในกล้อง นึกว่าตัวเองจำแก่ง) รถจอดหน้าคลับเฮาส์ของฟาร์มพอดีเลย
 
รถไฟขบวนพิเศษ เปิดให้บริการทุกวันช่วงฤดูร้อน
 และมีสถานีชั่วคราวเล็ก ๆ น่าเอ็นดู อยู่ใกล้ ๆ โทมิตะฟาร์ม
 
เก้าอี้ไม้แบบโบราณ นั่งชมวิว
ลาเวนเดอร์ ทุกหนทุกแห่ง
                เจ้าหน้าที่กำลังสาธิตการกลั่นน้ำมันดอกลาเวนเดอร์อยู่พอดี ดูแล้วไม่ค่อยยากเท่าไร อิอิ  ว่าแล้วฉันก็พุ่งตรงไปที่ร้านขายน้ำซ่ากลิ่นลาเวนเดอร์ เป็นคล้าย ๆ น้ำอัดลม หอมหวานเย็นชื่นใจแถมซ่าด้วย ขวดละ 100 เยน(ถ้าจำไม่ผิด) หน้าตาคล้าย ๆ ขวดน้ำอัดลมทั่วไปของเรา แต่มีลูกแก้ว ๆ ปิดคอดขวดไว้ ไม่รู้เพราะอะไร เวลาเปิดก็ดันลูกแก้วให้หล่นบุ๋งลงไป แล้วดื่มได้เลย คราวก่อนที่ไปตอนเดือนมิถุนายน  (ตอนที่เขาเพิ่งพรวนดินไถกลบนั่นแหละ) ก็ได้กินไปแล้ว แต่ตอนนี้มี melon ด้วย ราคาลูกละ 3,000 เยน!!! ขายเป็นชิ้น ก็มี แต่งอมแหงะ เลยล่ะ  นอกจากนี้ ก็ยังมีชีสเค้กแสนอร่อย soft cream รสลาเวนเดอร์และเมลอนด้วย อร่อยอีกเหมือนกัน
            เนื่องจากเดินทางคนเดียว(แต่ไม่เปลี่ยวเอกา เพราะฉันเป็นคนขี้รำคาญ) ทำให้ลำบากใจมาก ในการที่จะมีหน้าตัวเองอยู่ในรูปเพื่อไปอวดชาวบ้านได้ ก็ต้องเที่ยวไหว้วานชาวบ้านเขาถ่ายให้ สร้างความรำคาญให้กับฉันเองและคงมีคนอื่นรำคาญด้วย  ก็เลยได้รูปวิวมาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเราต้องการดูวิว มิใช่คน แต่จริง ๆ แล้วยังได้รูปมาน้อยกว่าของฝาก อิอิ ที่ทำจากลาเวนเดอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือปากกา และน้ำหอมที่มีกลิ่นลาเวนเดอร์แบบละมุนละไม เหมือนกับภาพของสตรีญี่ปุ่นแบบขี้อายแต่จริงใจยังไงยังงั้น
             ตามประสา คนรักลาเวนเดอร์ ฉันมีข้อสังเกตว่าลาเวนเดอร์ของที่นี่ มีกลิ่นต่างจากลาเวนเดอร์ที่ฝรั่งเศสและนิวซีแลนด์  ไม่รู้สินะ มันเหมือนกับลาเวนเดอร์ของที่นี่กลิ่นมันละมุนกว่า มีความเป็นลาเวนเดอร์ แบบถ่อมตัวนิด ๆ  มันรวมเอาความหอมแบบหวาน ๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาอัดบรรยากาศของฟูราโน เข้าไปในขวดโคโลญจน์ที่ฉันซื้อมาด้วยหรือเปล่า มันถึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากลาเวนเดอร์ของที่อื่น ๆ ในโลก
          
         นอกจากนี้ ปากกา กระเป๋าผ้า สบู่ ครีมทามือ โปสการ์ด สแตมป์ ซีดีล้วนแล้วแต่น่ารักน่าใช้ไปหมด ในฟาร์มโทมิตะ นอกจากส่วนที่เป็นสวนดอกไม้และอาคารคลับเฮ้าส์ที่ขายของที่ระลึกและอาหาร และขนมอีกมากมาย (อร่อยทุกอย่าง ยืนยันได้!) แล้ว ยังมีอาคารจัดแสดงและขายดอกไม้แห้ง แบบบุหงา ล้วนสวยวิจิตรช่อใหญ่ยักษ์ทั้งสิ้น นอกจากนี้ก็มีร้านค้ากระปริบกระปรอยดักเราไว้ไม่ให้พลาด แต่ทุกคนก็เต็มอกเต็มใจนะ เพราะของมันน่ารักจริง ๆ นี่ยังเสียดายว่าซื้อน้ำหอมมาน้อยไปหน่อย ขนาดใช้เองไม่แบ่งใครเลย ยังหมดแล้ว ต้องหาทางไปอีก 555
 
          นอกจากลาเวนเดอร์ ที่เป็นหน้าเป็นตาของฟาร์มแห่งนี้ ยังข้าวสาลีปลูกสลับ เพื่อให้เกิดสีสรรงดงาม มีดอกคอสมอส (เหมือนดาวกระจาย) และดอกไม้ท่ไม่รู้จักอีกหลายอย่าง แต่ทุกอย่างสวยเหมือนกันหมด และดูตั้งใจที่จะบานแบบไม่บันยะบันยัง คุ้มค่ากับการรอคอยจริง ๆ

edit @ 30 May 2009 16:48:02 by payufon

Comment

Comment:

Tweet

เคยวิจัยเรื่องลาเวนเดอร์มาค่ะ
เลยใฝ่ฝันว่าอยากจะไปฝรั่งเศสทางตอนใต้สักครั้งเหมือนกัน

เห็นภาพแล้วชวนฝันจริงๆ confused smile confused smile confused smile
ขอบคุณค่ะdouble wink

#2 By payufon on 2009-05-17 22:18

ดีจังที่ได้ไปเที่ยวด้วยอิอิ อิจฉาๆ
big smile

#1 By zuzsaduey on 2009-05-17 22:16